Make your own free website on Tripod.com

บทที่ 5
การใช้โปรแกรมสำเร็จรูป

  
ซอฟต์แวร์(Software)คือโปรแกรมคำสั่งที่สั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานโดยโปรแกรมจะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำหลังจากนั้นเครื่องจะทำงานด้วยตนเองตามโปรแกรมภายใต้การควบคุมของหน่วยควบคุม (Control Unit)

            ซอฟต์แวร์แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
             1. โปรแกรมระบบ (System Program หรือ System Software)
             2. โปรแกรมประยุกต์ (Application Program หรือ Application Software)

1.  โปรแกรมระบบ คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำหน้าที่จัดระบบการเก็บข้อมูลการรับส่งข้อมูลเก็บข้อมูลลงในหน่วยความจำ โดยบริษัทผู้ผลิตเครื่องจำให้โปรแกรมระบบมาพร้อมกับเครื่องส่วนสำคัญที่เป็นแกนหลักของโปรแกรมระบบ คือ          
         
           ระบบปฏิบัติการ (OS : Operating System)  คือ กลุ่มโปรแกรมซึ่งได้รับการจัดระเบียบให้เป็นส่วนเชื่อมโยงระหว่างเครื่องและผู้ใชเครื่อง โดยจะเอื้ออำนวยการใช้โปรแกรมต่าง ๆ รวมถึงการจัดสรรทรัพยากร (resource) ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ

           หน้าที่ของระบบปฏิบัติการ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
             1. ควบคุมการทำงานของโปรแกรมและอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์รับข้อมูล และแสดงผลลัพธ์ (Input/Output Device) และ ให้ผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสำหรับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการจะเป็นแบบง่าย ๆ และทำหน้าที่ควบคุมและให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้เครื่อง
             2. จัดสรรทรัพยากรซึ่งใช่ร่วมกัน (Shared Resource) หน้าที่นี้จะเห็นได้ชัดในเครื่องเมนเฟรม (Mainframe) ซึ่งจะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำ เป็นต้น มีการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ร่วมกัน ในลักษณะของระบบมัลติโปรแกรมมิ่ง (Multiprogramming) ดังนั้นหน้าที่ของระบบปฏิบัติการ จึงต้องครอบคลุมถึงการจัดสรรทรัพยากรเหล่านี้ โดยคำนึงถึงความยุติธรรมต่อผู้ใช้แต่ละคน และประสิทธิผลของเครื่องเป็นหลักสำคัญ

           ระบบปฏิบัติการ (OS) ระบบปฏิบัติการมีหลายชนิดที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ได้แก่ ซีพี/เอ็ม (CP/M) ดอส (DOS) รวมทั้ง MS-DOS และ PC-DOS วินโดวส์(Windows) โอเอส/ทู(OS/2) ยูนิกซ์(Unix) ซิสเต็ม 8 (System 8) ของแมคอินทอซ
          
             ดอส (DOS) เป็นระบบปฏิบัติการที่มีลักษณะการทำงานเป็นแบบงานเดี่ยว (Single - tasking) เมื่อบริษัท IBM ได้เข้ามาสู่ตลาดไมโครคอมพิวเตอร์ โดยสร้างเครื่อง IBM PC ขึ้นมา บริษัท IBM ได้ว่าจ้าง บริษืไมโครงซอฟต์ให้พัฒนาระบบปฏิบัติการ (OS) ขึ้นซึ่งเรียกสั้น ๆ ว่า ดอส ที่จริงแล้วดอสมีสองรุ่นใหญ่ ๆ คือ PC-DOS ใช้กับเครื่อง IBM PC และในขณะเดียวกัน บริษัทไมโครซอฟต์ก็พัฒนา MS-DOS ขึ้นมาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คอมพแพคทิเบิล (Compatible) กับเครื่อง IBM ทุกเครื่องซึ่งทั้ง PC-DOS และ MS-DOS มีคุณสมบัติเหมือนกันทุกประการ ดอสได้มีการเปลี่ยนแปลงมาหลายรุ่น (Version) แต่ละรุ่นก็ได้เพิ่มขีดความสามารถในการทำงานให้สอดคล้องกับวิวัฒนาการของเครื่อง PC

           วินโดวส์ (Windows) ประมาณต้นปี ค.ศ.1990 บริษัทไมโครซอฟต์ได้ผลิตวินโดวส์ 3.0 ซึ่งนำมาใช้ในการติดต่อแบบกราฟิก (Graphical Interface) ด้วยไอคอน (Icon) และใช้เม้าส์ (Mouse) แทนคีย์บอร์ด (Key board) นอกจากนี้วินโดวส์ 3.0 ขึ้นไปยังสามารถทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้งานโปรแกรมได้มากกว่าหนึ่งโปรแกรมในขณะเดียวกันเรียกว่า มัลติทาสกิ้ง (Multitasking) โดยระบบวินโดวส์จะสามารถทำให้โปรแกรมถูกโหลดเข้าไปในหน่วยความจำได้พร้อมกัน แล้วจะสามารถแบ่งจอภาพออกเป็นหน้าต่างเล็ก ๆ แต่ละหน้าต่างก็จะแสดงการทำงานของแต่ละโปรแกรมซึ่งแตกต่างกัน และยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถคัดลอกข้อความหรือภาพระหว่างโปรแกรมได้
ต่อมาในปี ค.ศ.1995 บริษัทไมโครซอฟต์ ได้ผลิตวินโดวส์ 95 (Windows) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการแบบ 32 บิท ลักษณะเด่นของวินโดวส์ 95 คือความสามารถในด้านระบบเครือข่าย สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายขนาดใหญ่ได้ สามารถใช้แอปพลิเคชันที่วันบนวินโดว์ 3.1 ได้เลยโดยไม่ต้องแก้ไข และซอฟต์แวร์ที่รับนบวินโดวส์ 95 มีความสามารถ แฟกซ์ E-mail ได้อีกด้วย หลังจากนั้นบริษัท ไมโครซอฟต์ก็ได้ผลิตวินโดวส์ 97 และวินโดวส์ 98 ออกมาใช้

           โอเอส/ทู (OS/2 : Operating System 2) เมื่อบริษัท IBM ได้นำเครื่องคอมพิวเตอร์ PS/2 เข้าสู่ตลาดก็ได้ติดต่อให้บริษัทไมโครซอฟต์ พัฒนาระบบปฏิบัติการตัวใหม่ ที่มีขีดความสามารถติดต่อกับผู้ใช้แบบการฟิกและสามารถทำงานแบบมัลติทาสกิ้งได้ แต่ OS/2 ที่ผลิตออกมาในขณะนั้นไม่เป็นที่นิยม เพราะต้องใช้หน่วยความจำขนาดใหญ่ และโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับ OS/2 ก็มีน้อย

           ยูนิกซ์ (Unix) เป็นระบบปฏิบัติการที่ใหญ่และค่อนข้างสลับซับซ้อน มีขีดความสามารถสูงกว่าอย่างอื่นสามารถใช้งานในลักษณะมัลติทาสกิ้ง คือสามารถใช้งานได้หลาย ๆ โปรแกรมพร้อมกัน และเป็นแบบมัลติยูสเซอร์ (Multiuser) คือ มีผู้ใช้หลาย ๆ คนพร้อมกัน โดยปกติยูนิกซ์เป็นระบบที่พัฒนาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น เครื่องเมนเฟรม มินิคอมพิวเตอร์ และ เวิร์กสเตชั่น (Workstation) ปัจจุบันยูนิกซ์ได้พัฒนาใช้กับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ระดับ 386 Dx ขึ้นไป มีการติดตั้งหน่วยความจำหลักไม่ต่ำกว่า 8 เมกะไบท์ มีฮาร์ดดิสก์ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 100 เมกะไบท์ถึงแม้วินโดวส์และโอเอส/ทู จะมีความสามารถในการทำมัลติทาสกิ้ง เข่นเดียวกับยูนิกซ์ แต่จะไม่มีคุณสมบัติในด้านมัลติยูสเซอร์ เช่น ยูนิกซ์ ซึ่งคุณสมบัติระบบปฏิบัติการยูนิกซ์แบบมัลติทาสกิ้ง (Multitasking) และมัลติยูสเซอร์นี้ ทำให้เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ธรรมดา ๆ ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการยูนิกซ์สามารถทำงานรองรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มียูสเซอร์ต่อเชื่อมเข้ามาได้มากถึง 120 ตัวไปพร้อม ๆ กันและเหมาะสมสำหรับระบบเน็ตเวิร์ก (Network) นอกจากนั้นระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ยังสามารถรัน (Run) ได้บนแพลตฟอร์มหลาย ๆ ระดับ ทั้งบนเครื่องเมนเฟรม มินิคอมพิวเตอร์และเครื่องไมโครงคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายงานและแอพพลิเคชั่นไปมาระหว่างแพลตฟอร์มได้ และสามารถย้ายงานที่รันอยู่บนดอส หรือวินโดวส์มาใช้บนระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ได้

           ซิสเต็ม 8 (System 8)  เป็นระบบปฏิบัติการของแมคอินทอธ (Macintosh) มีความสามารถในการทำมัลติทางกิ้งและสามารถใช้งานต่าง ๆ กัน เช่น ทำการพิมพ์ในขณะที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ก็ได เหมาะกับงานได้ด้านเดสทอปพับลิชชิ่ง (Desktop Publishing) ซึ่งหมายถึงการออกแบบและพิมพ์เอกสารหรือหนังสือโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เปรียบเหมือนโรงพิมพ์ตั้งโต๊ะ

2. โปรแกรมประยุกต์ คือโปรแกรมที่โปรแกรมเมอร์เขียนขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาใดภาษาหนึ่ง เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำการประมวลผลให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ โปรแกรมประยุกต์ มี 2 อย่าง คือ
           โปรแกรมสำเร็จรูป (Package Program) เป็นโปรแกรมที่บริษัทซอฟต์แวร์ต่าง ๆ จัดทำขึ้นมาเพื่อใช้กับงานนั้น ๆ ได้เลย โดยผู้ใช้ไม่ต้องเขียนโปรแกรมขึ้นมาเองเป็นการประหยัดเวลา แรงงานและค่าใช้จ่าย
           
           ปัจจุบันโปรแกรมสำเร็จรูปแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้
            ก. โปรแกรมสำเร็จรูปเกี่ยวกับการจัดการฐานข้อมูล (Data Base Management Software)
            ข. โปรแกรมสำเร็จรูปเกี่ยวกับการจัดพิมพ์รายงาน (Word Processing Software)
            ค. โปรแกรมสำเร็จรูปทางด้านการคำนวณ (Calculation Software)
            ง. โปรแกรมสำเร็จรูปกับงานธุรกิจ (Business Software)
            จ. โปรแกรมสำเร็จรูปเกี่ยวกับการจัดการฐานข้อมูล

            ระบบการจัดการฐานข้อมูล (DBMS : Data Base Management System) คือโปรแกรมที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นหมวดหมู่โดยทำหน้าที่สร้างฐายข้อมูล และเป็นตัวคอยดูแลจัดการเรียกใช้และแก้ไขข้อมูลในฐานข้อมูลนั้น หน้าที่สำคัญของระบบการจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คือเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใช้กับฐานข้อมูลโดยผู้ใช้ไม่ต้องสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างของข้อมูลที่จัดเก็บจริง ตัวอย่าง โปรแกรม เช่น dBASE III PLUS, Foxbase, FoxPro, ORACLE, INFORMIXเป็นต้น
         
           โปรแกรมสำเร็จรูปเกี่ยวกับการจัดพิมพ์รายงาน เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปประเภทประมวลผลคำ (Word Processing) โปรแกรมสำเร็จรูปประเภทนี้จะอำนวยความสะดวก ในเรื่องการจัดพิมพ์ได้ดีมาก สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วแล้วแต่คุณสมบัติของแต่ละโปรแกรมในการจัดพิมพ์งาน เช่น การจัดพิมพ์ข้อความ การจัดหน้า การจัดคำ จัดจำนวนบรรทัดต่อหน้าย่อหน้าต่าง ๆ การเลือกรูปแบบตัวอักษร เช่น Word Star, Word erfect, Cu Writer, เวิร์ดราชวิถี, Microsoft Word, Page Maker เป็นต้น

           โปรแกรมที่บริษัทจัดทำขึ้นเอง
  บริษัทจะต้องเขียนโปรแกรมขึ้นมาเอง อาจเสียเวลาในการเขียนโปรแกรมแต่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้

           โปรแกรมที่จ้างโปรแกรมเมอร์เขียน เป็นโปรแกรมที่ทางบริษัทต้องจ้างให้นักโปรแกรมเมอร์เขียนให้เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ในกรณีนี้จะเสียค่าใช้จ่ายมากพอสมควร